วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หลักสูตรการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ

                                         หลักสูตรการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ

         ในฐานะที่คณะลูกเสือแห่งชาติ (The National Scout Organization of Thailand: NSOT) เป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือโลก (World Organization of the Scout Movement: WOSM) จะต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ หลักการ และวิธีการของการลูกเสือ ตามที่องค์การลูกเสือโลกได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดแล้ว คณะลูกเสือแห่งชาติ ยังยึดมั่นในวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2528 และปฏิบัติตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษ พ.ศ. 2509
        การเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ เดิมเป็นกิจกรรมเลือก ต่อมาไก้แก้ไขเป็นกิจกรรมบังคับ และแก้ไขอีกครั้งเป็นวิชาบังคับเรียน แต่เมื่อประเมินผลแล้วเห็นว่าไม่ประสบผลสำเร็จ จึงแก้ไขเป็นกิจกรรมบังคับเลือก จนถึง พ.ศ. 2544 กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้กำหนดให้สถานศึกษาใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์ อยู่ในกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน



                         โครงสร้างหลักสูตร

         ประเภท ระดับชั้น วิชาแกน วิชาพิเศษ
สำรอง(อายุ 8-11 ปี) ป.1 – ป.3 เตรียมลูกเสือสำรอง ดาวดวงที่ 1-3

- การฝึกอบรมและกิจกรรมลูกเสือสำรอง จะต้องจัดให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก โดยคำนึงถึงพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจเป็นพื้นฐาน
ไม่ว่าเด็กจะอยู่ชั้นใดก็ตาม วิชาพิเศษ 18 วิชา ใช้วิธีบูรณาการเข้ากับวิชาสามัญใน
หลักสูตรสามัญ
(อายุ 11-16 ปี) ป.4 – ป.6 ลูกเสือตรี-โท-เอก
- เริ่มฝึกอบรมให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น เริ่มมีกิจกรรมใช้ชีวิตกลางแจ้งและการผจญภัย เน้นระบบหมู่ การเป็นผู้นำ รวมทั้งการบำเพ็ญประโยชน์ทั่วไป
วิชาพิเศษ 54 วิชา
ใช้วิธีบูรณาการเข้ากับ
วิชาสามัญในหลักสูต

แนวทางการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ
ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔


กระทรวงศึกษาธิการในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการศึกษา จึงได้ดำเนินการพัฒนาและกำหนดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ขึ้น โดยกำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้รวม ๑๒ ปี แบ่งออกเป็น ๔ ช่วงชั้น ๆ ละ ๓ ปี สำหรับโครงสร้างของหลักสูตร ฯ แบ่งออกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังนี้

๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม คือ ภาษาไทย คณิตศาตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลป การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ

๒ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียน เช่น ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์
       สำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่จัดให้เรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม เป็นการพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม จัดเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสนองนโยบายในการสร้างเยาวชนของชาติ ให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม และมีระเบียบวินัย กองการลูกเสือ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ คำว่า “ลูกเสือ” ในที่นี้ ให้หมายรวมถึง “ เนตรนารี” ด้วย เพราะ เนตรนารี ก็คือ ลูกเสือหญิงนั่นเอง
        ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐ ในการพัฒนาการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ตามช่วงชั้นที่กำหนด โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ กองการลูกเสือ ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ๑ ครั้ง ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๙ กรกฏาคม ๒๕๔๕ ณ เดือนฉายรีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้เรียนเชิญ นายพะนอม แก้วกำเนิด อดีตอธิบดีกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และผู้ตรวจการลูกเสือฝ่ายวิชาการ ประจำสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา การเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการนี้ ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรแบ่งเนื้อหาสาระของหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือทุกประเภท หรือเรียกว่า “มวลกิจกรรม” ออกเป็น ๑๐ หน่วยกิจกรรม คือ

๑. ระเบียบวินัย และทักษะทางลูกเสือ
๒. การดำรงชีวิต
๓. ศรัทธายึดมั่น ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และวัฒนธรรม
๔. สนองพระคุณบิดา มารดา และผู้มีพระคุณ
๕. เทิดทูนเกียรติคุณ สถานศึกษา บูชาพระคุณครู อาจารย์
๖. เพื่อนช่วยเพื่อน
๗. ลูกเสือทั่วโลกเป็นพี่น้องกัน
๘. วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม
๙. สืบสานมรดก ภูมิธรรม ภูมิปัญญาไทย
๑๐. สู่ความเป็นเลิศ

    อนึ่ง การจัดประชุมสัมมนาฯ ครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุม ฯ ประกอบด้วย ครูผู้สอนกิจกรรมลูกเสือจากสถานศึกษาต่าง ๆ ทุกระดับ และเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของ นายพะนอม แก้วกำเนิด ที่ให้นำไปพิจารณา โดยกำหนดตัวกิจกรรมจากเนื้อหาสาระของหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือทุกประเภท และทุกช่วงชั้นเรียนในแต่ละปี ให้มีสาระการเรียนรู้ทั้ง ๑๐ หน่วยกิจกรรมดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานศึกษาและลูกเสือแต่ละประเภทด้วย ตามการแบ่งช่วงชั้นเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฯ ดังนี้
ป. ๑ - ป ๓ - ลูกเสือสำรอง
ป.๔ – ป. ๖ - ลูกเสือสามัญ
ม.๑ – ม. ๓ - ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
ม. ๔ - ม. ๖ - ลูกเสือวิสามัญ

       ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ กองการลูกเสือพิจารณาเห็นว่า เพื่อเป็นการสานต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว จึงได้จัดให้มีการประชุมสัมมนา ฯ อีกครั้ง ระหว่างวันที่ ๔ - ๖ มิถุนายน ๒๕๔๖ ณ โรงแรมระยองออคิด จังหวัดระยอง และได้เรียนเชิญ นายพะนอม แก้วกำเนิด ไปเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติมด้วย โอกาสนี้ ท่านได้ชี้แนะแนวทางการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือว่า ขอให้คำนึงถึง หลักการ วัตถุประสงค์และวิธีการเรียนรู้ของลูกเสือ ตามพันธกิจหลัก(Mission) ของการลูกเสือ ซึ่งได้กำหนดไว้ชัดเจน ตามนโยบายขององค์การลูกเสือโลก
เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ
ซึ่งกิจกรรมตามหลักสูตรของลูกเสือทุกประเภทนั้น สามารถจัดให้สอดคล้องตามแนวการจัดหน่วยกิจกรรม ทั้ง ๑๐ หน่วยดังที่ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งที่แล้ว (วัตถุประสงค์ของทั้ง ๑๐ หน่วยกิจกรรม ก็สอดคล้องกับผังมโนทัศน์ของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔)
นอกจากนี้ นายพะนอม แก้วกำเนิด ยังให้คำแนะนำว่า ครูผู้สอนกิจกรรมลูกเสือ ควรทราบข้อกำหนด และระเบียบต่าง ๆ ด้วย เพื่อให้การเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือประสบผลสำเร็จ ดังนี้
การจัดมวลกิจกรรมลูกเสือต้องคำนึงถึง

๑. วัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
๒. จุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔
๓. เป้าหมายของการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๔. ผังมโนทัศน์กิจกรรมลูกเสือของกรมวิชาการ
๕. วัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ
๖. วัตถุประสงค์ขององค์การลูกเสือโลก
๗. มวลกิจกรรมเสนอแนะ ๑๐ หน่วยกิจกรรม ของผู้ตรวจการลูกเสือฝ่ายวิชาการ
๘. สาระกิจกรรมเพื่อเครื่องหมายพิเศษ
๙. วิชาพิเศษต่าง ๆ สู่ความเป็นเลิศ
๑๐. ความคิดริเริ่มของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ

      การจัดประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้แบ่งผู้เข้าร่วมประชุมออกเป็นกลุ่มปฏิบัติการ ๔ กลุ่ม ตามประเภทของลูกเสือ ซึ่งเป็นครูผู้สอนกิจกรรมลูกเสือและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณา จัดทำร่างแนวทางการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือทุกประเภทตามช่วงชั้นที่กำหนด ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฯ โดยนำเนื้อหาสาระของหลักสูตรลูกเสือทั้งหมด จัดให้อยู่ในมวลกิจกรรมลูกเสือ ๑๐ หน่วยกิจกรรม ตามข้อเสนอแนะของ นายพะนอม แก้วกำเนิด ปรากฎว่า ผู้เข้าร่วมประชุม สามารถจัดทำร่างแนวทางการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือสำเร็จในระดับหนึ่ง ซึ่งกองการลูกเสือจะได้นำร่างแนวทางการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือจากที่ประชุมครั้งนี้ นำไปสู่การประชุมพิจารณาในวงกว้างขึ้น โดยจะเชิญผู้แทนจากผู้เข้าร่วมประชุม ฯ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้การจัดทำร่างดังกล่าวมีความครบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นจะได้นำเสนอตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถเผยแพร่เป็นคู่มือการเรียนการสอนกิจกรรมลูกเสือ ตามช่วงชั้นที่กำหนดในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ให้กับสถานศึกษาต่อไป

หาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง ประวัติและข้อมูลลูกเสือไทย ได้จาก
http://www.moe.go.th/scout/index.htm
http://www.thaiscouting.com/scouting.html
http://www.worldscoutjamboree20.org/sawaddee.asp
http://www.thaiscouting.com/thai
http://www.thaistudents.com/thaiscouts

                                       คำอธิบายรายวิชาลูกเสือสำรอง

                                         ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 4
      เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกองในเรื่องเตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเรื่องเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจกรรมลูกเสือสำรอง การทำความเคารพเป็นหมู่(แกรนด์ฮาวด์) การทำความเครารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น คำปฏิญาณ กฎและคติพจน์ลูกเสือ
ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ 1 , 2 และ 3 อนามัย ความสามารถในเชิงทักษะ การสำรวจการค้นคว้าหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเงื่อน คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสำรอง
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ มีความร่าเริงแจ่มใส มีระเบียบวินัย ประหยัด ซื่อสัตย์ สุจริต อดทน เสียสละ ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี สามารถทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ เมื่อผู้เรียนผ่านการทดสอบในข้อ 1 แล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือสำรอง เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมาย ดาวดวงที่ 1 , 2 และ 3 ตามลำดับ
กิจกรรม เตรียมลูกเสือสำรอง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง ( ภาคเรียนที่ 1 )

1. ความรู้เกี่ยวกับนิยายเรื่องเมาคลี 5 ชั่วโมง
2. ประวัติการเรียนลูกเสือสำรอง 2 ชั่วโมง
3. การทำความเคารพของลูกเสือเป็นรายบุคคล 3 ชั่วโมง
4. การทำความเคารพของลูกเสือเป็นหมู่ 5 ชั่วโมง
5. กฎของลูกเสือสำรอง 2 ชั่วโมง
6. คำปฏิญาณลูกเสือสำรอง 2 ชั่วโมง
7. คติพจน์ของลูกเสือสำรอง 1 ชั่วโมง

หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หลักสูตรลูกเสือสำรอง (ของสภาลูกเสือแห่งชาติ สำหรับโรงเรียนที่ขออนุญาตเปิดกองลูกเสือแล้ว)

       เครื่องหมายลูกเสือสำรอง (ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1) ภาคเรียนที่ 2
ลักษณะทำด้วยผ้าสีกรมท่ารูปไข่ ยาว 4 เซนติเมตร รูปหน้าเสือ และคำว่า ลูกเสือสีเหลือง ขลิบริมสีกรมท่า ติดหน้าอกด้านซ้ายเหนือกระเป๋า
หลักสูตร มีดังนี้ (18 คาบ หรือแกรนด์ฮาวล์ 18 ครั้ง )
1. ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเมาคลี และประวัติการริเริ่มกิจการลูกเสือสำรอง
2. การรู้จักทำความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) และระเบียบแถวเบื้องต้น
3. การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย และคติพจน์
4. รู้จักคำปฏิญาณ และกฎลูกเสือสำรอง พร้อมความหมาย


         เครื่องหมายลูกเสือสำรอง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรียกว่าดาวดวงที่ 1 เป็นดาวรูปหกแฉกสีเงิน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.6 เซนติเมตร ติดข้างขวาของรูปหน้าเสือของหมวก 1 ดวง
มีหลักสูตรดังนี้ (18 คาบ หรือแกรนด์ฮาวล์ 18 ครั้ง)
1. อนามัย รู้จักวิธี และเหตุผลในการรักษาฟัน มือ เท้า และเล็บให้สะอาด วิธีหายใจอย่างถูกต้อง ป้องกันโรคหวัด ปฐมพยาบาลบาดแผลถลอกเล็กน้อย และขอความช่วยเหลือผู้ใหญ่เมื่อมีอุบัติเหตุ
2. ความสามารถเชิงทักษะ คือการขว้างบอลระหว่าง 2 คน ระยะห่าง 5 เมตร ได้ 8 ใน 10 ครั้ง และทำสิ่งต่อไปนี้ได้อย่างน้อย 2 รายการ(ม้วนหน้า กระโดดข้ามลูกเสือขนาดเดียวกัน ไต่ขึ้นต้นไม้ ไต่เชือกสูง 3 เมตร
3. การสำรวจ คือรู้จักและบอกแหล่งสำคัญของท้องถิ่น
4. การค้นหาธรรมชาติ คือการบอกชื่อ ลักษณะของต้นไม้ นก ปลา อย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้มากที่สุด
5. ความปลอดภัย คือการปฏิบัติตามกฎจราจร เข้าใจสาเหตุอุบัติเหตุในบ้าน และอันตรายจากไฟ
6. บริการ คือการรู้จักทำความสะอาดเสื้อผ้า และเครื่องใช้ของตนเองได้
7. การฝีมือ คือทำหุ่นจำลองอย่างง่ายจากเศษวัสดุได้
8. ธง และประเทศต่างๆ คือ ร้องเพลงชาติ สรรเสริญพระบารมี ปฏิบัติตนเมื่อร้องเพลงได้ถูกต้อง รู้เรื่องราวพระมหากษัตริย์พอสังเขป รู้จักประวัติชาติไทย รู้จักส่วนประกอบและวิธีการชักธงชาติ และบอกความหมายได้ รู้จักธงคณะลูกเสือโลก และธงประเทศอื่นๆ ได้อีกอย่างน้อย 2 ประเทศ
9. กิจกรรมกลางแจ้ง คือ การสะกดรอยตามเครื่องหมายที่กำหนดให้ได้
10. เงื่อน คือผูกเงื่อนพิรอด ขัดสมาธิ และวิธีการเก็บเชือก
11. บันเทิง คือการแสดงเงียบตามลำพัง และกับเพื่อนลูกเสืออีกคนหนึ่งได้
12. ปฏิบัติตามกฎ คำปฏิญาณอย่างดีที่สุด

       เครื่องหมายลูกเสือสำรอง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เรียกว่าขั้นที่ 2 หรือดาวดวงที่ 2 ติดไว้ข้างขวาและซ้ายของรูปหน้าเสือที่หมวก รวม 2 ดวง
มีหลักสูตรดังนี้ ( 36 คาบ หรือ แกรนด์ฮาวล์ 36 ครั้ง )
1. อนามัย รู้จักประโยชน์ของการนอนหลับสนิท การปฏิบัติตนเมื่อเลือดกำเดาออก การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่กรณีมีอุบัติเหตุ
2. ความสามารถเชิงทักษะ คือ การว่ายน้ำไกล 10 เมตร หรือภายใน 3 เดือนทำสิ่งต่อไปนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ 3 รายการ (กระโดดเชือกไปข้างหน้า 15 ครั้ง หลัง 15 ครั้งติดต่อกัน ทรงตัวบนราวยาว 6 เมตร สูง 1 ฟุต หงายตัวจับราวสูงระดับเอวแล้วม้วนตัวข้ามไปได้ เลี้ยงบอลอย่างรวดเร็วหลบหลีกสิ่งกีดขวางระยะทาง 16 เมตร จำนวน 6 อย่าง)
3. การสำรวจ คือการไปเยือนสถานที่แห่งหนึ่งในท้องถิ่น จดจำรายละเอียดได้อย่างถูกต้อง
4. การค้นหาธรรมชาติ คือ การเพาะถั่วงอก หรือเมล็ดพืชที่งอกง่าย รู้จักชนิดอาหารที่พึงให้สัตว์เลี้ยง
5. ความปลอดภัยทางน้ำ
6. บริการ คือการจดจำ ส่งข่าว การใช้โทรศัพท์สาธารณะ สมุดโทรศัพท์ การส่งข่าวฉุกเฉิน
7. ธง และประเทศต่างๆ คือการชักธงขึ้นลง เขียนภาพธงคณะลูกเสือโลก รู้จักประเทศและที่ตั้ง 4 แห่ง
8. การฝีมือ ทำสิ่งต่อไปนี้ได้อย่างน้อย 2 อย่าง (ว่าว นาฬิกาแดด เข็มทิศจำลอง ไม้สูงสำหรับ การพับเศษกระดาษ หรือผ้าเป็นรูปต่างๆ เช่น นก หมวก เป็นต้น)
9. กิจกรรมกลางแจ้ง คือ การก่อไฟปรุงอาหาร และดับไฟอย่างไร้ร่องรอย
10. เงื่อน คือผูกเงื่อนบ่วงสายธนู กระหวัดไม้ และเงื่อนในดาวดวงที่ 1
11. บันเทิง คือการกระทำสิ่งต่อไปนี้อย่างน้อย 2 อย่าง (แสดงกล / เล่านิทานหรือแสดงท่าขบขันหรือท่องกลอน / ร้องเพล / เล่นดนตรี ฯลฯ)
12. การปฏิบัติตามกฎ และคำปฏิญาณอย่างสม่ำเสมอ


      ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (ขั้นที่ 3 หรือดาวดวงที่ 3) เพิ่มดาวอีก 1 ดวงอยู่ด้านบนระหว่าง 2 ดวง
หลักสูตรคือ ( 18 คาบ หรือแกรนด์ฮาวล์ 18 ครั้ง )
1. อนามัย คือ การปฏิบัติตนเมื่อถูกแมลงกัด ต่อย ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก การทำถุงใส่อุปกรณ์พยาบาลติดตัว การขอความช่วยเหลือผู้ใหญ่กรณีมีอุบัติเหตุ และการรู้จักความสำคัญของอุบัติเหตุ
2. ความสามารถเชิงทักษะ คือ การว่ายน้ำ 25 เมตร หรือภายใน 3 เดือน ทำสิ่งต่อไปนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ 3 รายการ (วิ่ง 50 เมตร 8 วินาที / วิ่งหรือยืนกระโดดไกล / ยืนขว้างบอลไกล 10 ช่วงตัว / กระโดดข้ามรั้ว หรือสิ่งกีดขวางระดับเอวไม่สัมผัส 8 ใน 10 ครั้ง)
3. การสำรวจ คือ วิธีดูนาฬิกา และบอกเวลาได้ถูกต้อง วางแผนกับผู้กำกับในการสำรวจเส้นทางเดินทางไกล คำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทางนอกสถานที่กับผู้กำกับลูกเสือ)
4. การค้นหาธรรมชาติ คือ การทำสมุดภาพ หรือสะสมสิ่งของต่างๆ เช่นภาพสัตว์ ใบไม้ เป็นต้น
5. ความปลอดภัย คือรู้จักกฎจราจร การแสดงตัวอย่างในการเดินข้ามถนนกับเด็ก คนชรา อธิบายถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อทิ้งบ้านไว้แล้วไม่มีคนอยู่)
6. บริการ คือช่วยเหลือผู้กำกับและผู้อื่น ในการช่วยเหลือผู้อื่น และชุมชน
7. ธง และประเทศต่างๆ คือรูจักธงลูกเสือประเภทต่างๆ และธงประเทศอื่นอีก 8 ประเทศอย่างน้อย
8. การฝีมือ คือ การรู้จักประดิษฐ์สิ่งของจากเศษวัสดุ การเก็บรักษา การใช้ และความปลอดภัยจากการใช้เครื่องมือในการประดิษฐ์แต่ละประเภท
9. กิจกรรมกลางแจ้ง คือ รู้จักทิศ 8 ทิศ แบไทยและสากล วิธีการอ่านเข็มทิศ เดินทาง 800 เมตรโดยใช้เข็มทิศในการนำทางได้
10. เงื่อน คือเงื่อนดาวดวงที่ 1-2 และ ผูกเงื่อนบ่วงสายธนูรอบตนเอง – คนอื่น – ทำโยนห่วงให้คนอื่น เงื่อนกระหวัดไม้ 2 ชั้น การขดเชือกยาวให้เรียบร้อย ตะกรุดเบ็ด และประมง
11. บันเทิง คือ การกระทำสิ่งต่อไปนี้อย่างน้อย 2 อย่าง (การร่วมการแสดงกับลูกเสือสำรองอื่น / การจัดให้มีการร้องเพลง หรือฟ้อนรำโดยมีดนตรีประกอบ / การทำหุ่นเชิดประกอบการเล่าเรื่องสั้น / การแสดงโต้วาที ฯลฯ)
12. ปฏิบัติตามกฎ และคำปฏิญาณอย่างสม่ำเสมอ ทบทวนความเข้าใจ และความหมายได








                                             พิธีเข้าประจำกองลูกเสือสำรอง
ในพิธีเข้าประจำกองลูกเสือสำรองหรือเรียกว่าพิธีปฏิญาณตนหรือเรียกว่าพิธีต้อนรับลูกเสือใหม่นั้น ให้เป็นหน้าที่ของกองลูกเสือต่างกองต่างจัดทำ มีอยู่ ๒ วิธี คือ
 วิธีที่ ๑ มีกองลูกเสืออยู่แล้ว
วิธีที่ ๒ ยังไม่มีกอง เป็นการตั้งกองใหม่ ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

             ก. มีกองลูกเสืออยู่ก่อนแล้ว
๑. กองลูกเสือสำรอง ทำรูปวงกลมใหญ่
๒. หมวกที่ติดเครื่องหมายลูกเสือสำรองแล้ว กับเครื่องหมายลูกเสือสำรองที่ติดเหนือกระเป๋าเสื้ออยู่ที่ผู้กำกับ
๓. ธงประจำกอง (ถ้ามี) ให้รองผู้กำกับถือไว้ในท่าตรงนอกวงกลม
๔. ลูกเสือใหม่อยู่นอกวงกลม (แต่งเครื่องแบบครบเว้นแต่เครื่องหมายลูกเสือสำรองที่จะติดเหนือกระเป๋าเสื้อกับหมวกอยู่ที่ผู้กำกับ) ด้านหลังของหมู่ที่ตนเข้าไปอยู่
๕. ผู้กำกับเรียกลูกเสือใหม่เข้ามาในวงกลมหน้าผู้กำกับ (หากหลายคนให้เข้าแถวหน้ากระดาน)
๖. ผู้กำกับสอบถามลูกเสือใหม่ ดังนี้

ผู้กำกับ ลูกเสือใหม่
“ เจ้าต้องการเป็นลูกเสือสำรองใช่ไหม”               “ใช่”
“ เจ้าเข้าใจกฎ คำปฎิญาณ การทำความเคารพและการทำแกรนด์ฮาวล์หรือไม่ “ ข้าเข้าใจและปฏิบัติได้”
“กฎมีว่าอย่างไร” “ข้อ ๑ ลูกเสือสำรองทำตามลูกเสือรุ่นพี่”
“ข้อ ๒ ลูกเสือสำรองไม่ทำตามใจตนเอง
“ถ้าเช่นนั้นจะให้เชื่อได้หรือไม่ว่า”
“ข้อ ๑ เจ้าจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
“ข้อ ๒ เจ้าจะยึดมั่นในกฎของลูกเสือสำรองและบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นทุกวัน” ทำวันทยหัตถ์ “ข้าสัญญาว่า”
“ข้อ ๑ ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
“ข้อ ๒ ข้าจะยึดมั่นในกฎของลูกเสือสำรองและบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นทุกวัน
“เจ้าจงรักษาคำมั่นสัญญาของเจ้าไว้ให้มั่นต่อไป บัดนี้เจ้าได้เข้าเป็นลูกเสือสำรอง และเป็นสมาชิกผู้หนึ่งของคณะพี่น้องลูกเสือแห่งโลกอันยิ่งใหญ่แล้ว”

๗. ผู้กำกับมอบเครื่องหมายลูกเสือสำรองสำหรับติดเหนือกระเป๋าและมอบหมวกให้ลูกเสือรับมาสวมเอง ลูกเสือทำวันทยหัตถ์และลดมือลง แล้วสัมผัสมือกับผู้กำกับ ในกรณีที่ผู้กำกับกลุ่มเป็นประธาน หรือเชิญผู้อื่นเป็นประธาน ก็ควรให้ทำหน้าที่แทนผู้กำกับตาม ข้อ ๗ นี้
๘. เสร็จแล้ว ลูกเสือใหม่ทำกลับหลังหัน ทำความเคารพด้วยท่า วันทยหัตถ์ เช่นกัน แล้วลดมือลงพร้อมกัน (โดยไม่ต้องสั่ง)
๙. ผู้กำกับสั่งลูกเสือใหม่เข้าประจำหมู่โดยสั่งว่า “ลูกเสือใหม่เข้าประจำหมู่ – วิ่ง ” ลูกเสือใหม่วิ่งเข้าประจำหมู่ของตน ( ซึ่งจัดแบ่งไว้เรียบร้อยแล้ว)
๑๐. เสร็จสิ้นด้วยการทำแกรนด์ฮาวล์

             
                       ข. ยังไม่มีกองลูกเสือ
๑. ลูกเสือใหม่ทั้งหมดเข้าแถวเป็นแถวตอนหมู่หน้าผู้กำกับแต่งเครื่องแบบครบเว้นแต่เครื่องหมายลูกเสือสำรองที่จะติดเหนือกระเป๋าเสื้อกับหมวกอยู่ที่ผู้กำกับ
๒. หมวกที่ติดเครื่องหมายลูกเสือสำรองแล้ว กับเครื่องหมายลูกเสือสำรองที่จะติดเหนือกระเป๋าเสื้ออยู่ที่ผู้กำกับ
๓. ธงประจำกอง ( ถ้ามี) ให้รองผู้กำกับถือไว้ได้ในท่าตรงนอกวงกลม
๔. ผู้กำกับเรียกลูกเสือใหม่ออกมายืนหน้าผู้กำกับครั้งละหมู่โดยออกคำสั่งว่า “หมู่สี ……….. ” ให้หมู่สีนั้นออกมายืนเป็นแถวหน้ากระดาน
๕. ผู้กำกับสอบถามลูกเสือใหม่ (เหมือนอย่างมีกองลูกเสืออยู่ก่อนแล้ว)
๖. เมื่อผู้กำกับหรือประธานมอบเครื่องหมายและหมวกและสัมผัสมือกับลูกเสือใหม่แล้ว ให้ลูกเสือใหม่ไปเข้าแถวเตรียมเป็นรูปวงกลม ( หมายความว่า เมื่อทุกหมู่เข้าแถวเรียบร้อยแล้ว จะเป็นวงกลมล้อมรอบผู้กำกับ โดยออกคำสั่งว่า”ลูกเสือใหม่เข้าประจำที่ – วิ่ง ” ลูกเสือใหม่วิ่งไปเข้าที่ของตน ( ซึ่งผู้กำกับนัดหมายไว้ก่อนแล้ว))
๗. เสร็จสิ้นด้วยการทำแกรนด์ฮาวล์
หมายเหตุ
๑. ขณะที่ลูกเสือกล่าวคำปฎิญาณต่อหน้าผู้กำกับนั้นผู้กำกับทำวันทยหัตถ์ ( ๒ นิ้ว ) ส่วนรองผู้กำกับหรือผู้บังคับบัญชาลูกเสืออื่นๆ ทำรหัสลูกเสือ ๓ นิ้ว
๒. ลูกเสือผู้ใดได้กระทำพิธีปฎิญาณตนแล้ว ขณะที่ลูกเสือใหม่กล่าว คำปฎิญาณนั้นต้องทำวันทยาหัตถ์ด้วย ลูกเสือผู้ใดยังไม่ได้ปฎิญาณตนไม่ต้องทำคงยืนตรงเฉยๆ
๓. การสั่งให้แถวแยก หมายความว่าแยกไปเรียนวิชาอื่นให้สั่งว่า “แพค-แยก” หรือ “ กอง-แยก“ ลูกเสือทำขวาหันแล้วแยกไป
๔. การสั่งให้เลิกแถว หมายความว่าเลิกจากการเรียนแล้วหรือปิดการประชุมให้สั่งว่า “แพค- เลิก” หรือ “กอง-เลิก ” ลูกเสือทำวันทยหัตถ์ (หรือวันทยาวุธ) แล้วขวาหัน เลิกแถวไป

                     

                             พิธีเปิดประชุมกองลูกเสือสำรอง
ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
แกรนด์ฮาวล์ ชักธงขึ้น-สวดมนต์-สงบนิ่ง-ตรวจ-แยก
๑. แกรนด์ฮาวล์ ผู้กำกับยืนอยู่หน้าเสาธง ห่างจากเสาธงพอสมควร เรียกลูกเสือทำแกรนด์ฮาวล์ มีรองผู้กำกับยืนอยู่ด้านหลังผู้กำกับ และนอกวงกลม (การทำแกรนด์ฮาวล์ได้อธิบายไว้แล้ว) หลังจากทำแกรนด์ฮาวล์ ลูกเสือทุกคนอยู่ในท่าตรง
๒. ชักธงขึ้น ให้จัดลูกเสือที่เป็นหมู่บริการหรือทำหน้าที่หมู่บริการ ๒ คน เป็นผู้เชิญธง คือให้เดินเข้าไปห่างจากเสาธงประมาณ ๓ ก้าว ทั้งสองแสดงความเคารพโดยออกคำสั่ง “ แพ็ค-วันทยหัตถ์” (คำสั่งวันทยหัตถ์นี้ ไม่ใช่คำบอกแบ่งว่า “วันทยา-หัตถ์ แต่เป็นคำบอกรวดว่า “วันทยหัตถ์“) ลูกเสือในวงกลมทั้งหมดรวมทั้งผู้กำกับและรองผู้กำกับอื่นๆ ทำวันทยหัตถ์พร้อมกัน ๓ นิ้ว หมู่บริการนำร้องเพลงชาติ พอธงชาติขึ้นยอดเสาแล้วคนหนึ่งเดินเข้าไปผูกเชือกธง อีกคนหนึ่งยืนอยู่ในท่าตรง ( ไม่ต้องทำวันทยหัตถ์) เมื่อผูกเชือกเรียบร้อยแล้วให้ถอยหลัง ๒ ก้าว มาหาคนที่กำลังยืนรออยู่ ทั้งสองคนทำวันทยหัตถ์ – ลดมือลง (ขณะแถวในวงกลมทุกคนยังอยู่ในท่าวันทยหัตถ์ แล้วทำวันทยหัตถ์เหมือนลูกเสือในแถว ผู้กำกับและผู้บังคับบัญชา ลูกเสืออื่นๆ ให้ลดมือลงพร้อมกับลูกเสือสองคนที่ชักธง (ก่อนวิ่งกลับไปเข้าที่)
๓. สวดมนต์ พอลดมือลงแล้ว ทุกคนอยู่ในท่าตรงแล้ว ถอดหมวก เตรียมตัวสวดมนต์ หมู่บริการนำสวดมนต์
๔. สงบนิ่ง เมื่อสวดมนต์จบแล้ว ทุกคนสงบนิ่ง
๕. ตรวจ การตรวจในตอนนี้จะตรวจอะไรก็ได้ เช่น เครื่องแบบ เล็บ ฟัน ความสะอาดอื่นๆ (ผู้กำกับเป็นผู้สั่งก่อนจะตรวจอะไร) แต่การตรวจในตอนปิดนั้นให้ตรวจเครื่องแบบอย่างเดียว เพราะเหตุว่า ลูกเสือเรียนมาเป็นเวลานานแล้ว เครื่องแต่งกายย่อมไม่เรียบร้อยและจะต้องแต่งเครื่องแบบกลับบ้าน ผ่านที่ชุมชนหลายแห่ง ถ้าไม่เรียบร้อยอาจนำความเสื่อมเสียมาสู่กองลูกเสือของตนได้
วิธีตรวจ
ตามปกติผู้กำกับจะให้รองผู้กำกับเป็นผู้ตรวจ แต่บางกรณีรองผู้กำกับไม่อยู่หรือมีน้อย ผู้กำกับจะให้นายหมู่ตรวจแทนก็ได้ ถ้ารองผู้กำกับตรวจ รองผู้กำกับที่จะไปตรวจนั้นต้องทำความเคารพ (วันทยหัตถ์) ผู้กำกับเสียก่อน แล้วจึงไปตรวจหมู่ ลูกเสือ พอไปถึงหน้าลูกเสือที่จะรับตรวจ นายหมู่สั่งลูกเสือในหมู่ของตนว่า “ หมู่สี………ตรง” ลูกเสือทุกคนตรง นายหมู่คนเดียวทำวันทยหัตถ์แล้วลดมือลงก้าวไปข้างหน้า ๑ ก้าว ทำวันทยหัตถ์แล้วรายงานว่า “หมู่สี…..พร้อมที่จะรับการตรวจแล้ว “ เมื่อรายงานจบลดมือลงถอยหลังเข้าที่เดิม ผู้ตรวจจะตรวจตัวนายหมู่ก่อน แล้วจึงตรวจลูกหมู่ต่อไป ขณะที่ตรวจลูกหมู่นั้นให้นายหมู่ตามไปด้วย เพื่อที่จะได้ทรายถึงข้อบกพร่องของลูกหมู่ เมื่อตรวจครบทุกคนแล้วนายหมู่กลับข้าที่ ทำวันทยหัตถ์ผู้ตรวจอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น นายหมู่จึงสั่งลูกหมู่พัก รองผู้กำกับที่ไปตรวจรายงานผลการตรวจให้ผู้กำกับทราบ คนไหนตรวจเสร็จก่อนก็ให้รายงานก่อนโดยไม่ต้องรอกัน ถ้านายหมู่ตรวจเมื่อได้ยินคำสั่งผู้กำกับสั่งว่า “นายหมู่ตรวจ” ให้รองนายหมู่วิ่งอ้อมด้านหลังหมู่ของตนไปยืนแทนที่นายหมู่และทำหน้าที่เสมือนนายหมู่ ส่วนนายหมู่ให้ก้าวออกมาข้างหน้าแถวของตนและทำหน้าที่เสมือนรองผู้กำกับ ( วิธีตรวจก็เช่นเดียวกับรองผู้กำกับตรวจ) และเมื่อตรวจเสร็จแล้ว ให้ยืนรออยู่ก่อน จนเห็นว่าทุกหมู่ตรวจเรียบร้อยแล้ว จึงวิ่งเข้าแถวหน้ากระดานหน้าผู้กำกับ (นายหมู่บริการอยู่หัวแถว) เพื่อรายงานผลการตรวจ การรายงานให้ก้าวออกไปข้างหน้า ๑ ก้าว พร้อมกับทำวันทยหัตถ์แล้รายงานการตรวจเสร็จแล้วลดมือลงถอยเข้าที่ จนครบทุกคนแล้วผู้กำกับจึงสั่งเข้าที่ “ แพ็ค – แยก” ให้ลูกเสือทุกคนทำขวาหันแล้วแยกย้ายกันไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น